Subscribe

RSS Feed (xml)

Powered By

Skin Design:
Free Blogger Skins

Powered by Blogger

Custom Search

๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

Dragon Fruit

.................เด็ก ๆ คะ ช่วงนี้ BCC ของเราคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า

เรื่องโภชนาการเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอยู่ในอันดับต้น ๆ กันเลยละค่ะ

เพราะเราต้องการให้ลูก ๆ ของเรามีสุขภาพดี แข็งแรง ปลอดจากโรคอ้วน

แฮะ แฮะ .....! ครูหลิวก็บอกตัวเองทุกวันเหมือนกันค่ะเ พราะครูหลิวก็ไม่อยาก

อ้วนจ้า.... ครูหลิวเลยมีเมนูน้ำผลไม้มานำเสนอ เพราะเด็ก ๆ ทานผลไม้

เป็นชิ้น ๆ อาจจะเบื่อ เมนูแรกที่จะมานำเสนอก็คือ น้ำแก้วมังกร หรือเจ้า

Dragon Fruit นั่นเอง ก่อนจะนำเสนอวิธีทำน้ำแก้วมังกร ครูหลิวขอให้

ความรู้เกี่ยวกับผลไม้ชนิดนี้กันก่อนนะคะ แก้วมังกร หรือลูกมังกร จะมีผลเป็น

รูปกลมรี สีสันสวยงามใครเห็นก็ต้องหันไปชื่นชมความงามของแก้วมังกรกัน

เลยล่ะค่ะ ส่วนรอบ ๆ ผลของแก้วมังกรจะมีกลีบดอกสีชมพู เนื้อในมีสีขาวขุ่น

เนียน และข้างในเป็นสิวดำเต็มไปหมดเลยค่ะ โอ๊ะ......โทษทีแก้วมังกรไม่ได้

เป็นสิวหรอกค่ะ ที่ครูหลิวบอกว่าเจ้าแก้วมังกรมีสิวดำนั้น ความจริง ด้านใน

เนื้อของแก้วมังกรคือเมล็ดของมันค่ะ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า นั่นคือลูก ๆ สุด

Love ของแก้วมังกรเขานะคะ ถ้าเด็ก ๆ ได้นำแก้วมังกรที่แก่จัด ๆ เข้าแช่ตู้เย็น

ผ่าซีก แล้วใช้ช้อนตัก เด็ก ๆ จะหลงไหลในรสชาติของแก้วมังกรเชียวค่ะ

แก้วมังกรมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอเมริกาใต้เป็นพืชประเภทเดียวกับกระบองเพชร

O.K......เรามาเริ่มทำน้ำแก้วมังกรกันดีกว่าค่ะ

วิธีทำน้ำแก้วมังกร

1. เนื้อแก้วมังกรหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ครึ่งผล (ประมาณ 200 กรัม

เด็ก ๆไม่ต้องยกตราชั่ง
อันใหญ่มาหรอกค่ะ เราก็ใช้เครื่องชั่งสปริงขนาดเล็ก

ที่ห้อง Lab ของเราไปชั่งก็ได้ค่ะ เอ้า.......แอบสอนเรื่องการวัดอีกแล้ว

ก่อนชั่งต้องใส่ถุงที่หิ้วได้ก่อนนะคะ เดี๋ยวชั่งไม่ได้)

2. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ


3. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา


4. เกลือป่น 1 หยิบมือเล็ก ๆ (เล็กจริง ๆ นะคะ 1/8 ช้อนชา)


5. น้ำต้มสุกแช่เย็น 1 ถ้วยครึ่งค่ะ

ส่วนผสมเรียบร้อยเด็ก ๆ ก็ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด

รินใส่แก้ว ดื่มค่ะ







แหม...! เห็นภาพแล้วเป็นไงบ้างคะ ใครไปลองทำ เอามาให้ครูหลิวชิมบ้างก็ได้นะ

อุ้ย...อุ้ย....! เดี๋ยวค่ะ ลืมบอกสรรพคุณ อุตสาห์ให้ลองทำนำ้แ้ก้วมังกรทาน แต่ไม่รู้ว่าทาน

แล้วจะได้ประโยชน์อะไร เข้ามาอ่านตอนนี้เลยคะ เนื้อของแก้วมังกรมีเส้นใยอาหารใน

ปริมาณสูง (ขับถ่ายสะดวก ไม่ท้องผูกค่ะ เพราะเส้นใยที่ว่าร่างกายเราไม่มีน้ำย่อยที่

สามารถย่อยได้ค่ะ มีแต่พวกสัตว์ที่กินพืชเท่านั้นที่จะสามารถย่อยเส้นใยที่ว่าได้ ดังนั้น

ร่างกายเราจึงขับออกมาในรูปของกากอาหารทำให้เราขับถ่ายง่าย สบายท้องกันเลยค่ะ)

นอกจากนั้นในแก้วมังกรยังมีวิตามินซี (ป้องกันโรคหวัดและโรคเลือดออกตามไรฟันด้วยนะ)

แถมยังมีเกลือแร่ที่มีประโยชน์ชนิดต่าง ๆ อีกมากมายเลย เป็นไงคะน่าทานไหม น้ำแก้วมังกร

ที่ครูหลิวนำมาฝากในวันนี้ คราวหน้าจะหาเมนูใหม่ ๆ มาให้นำไปทำทานกันนะคะ



BYE Bye

By ครูหลิว

๐๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ผมสวยทำไม......ต้องหวี

........................เด็ก ๆ คะ วันก่อนครูหลิวไปทานสุกี้ MK เลยเห็นข้อมูลดี ๆ

เอามาเขียนเล่าให้เด็ก ๆ อ่านค่ะ เรื่องก็มีอยู่ว่า

.......................การหวีผมเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด รวมทั้งช่วย

กระจายไขมันที่ผลิตออกมาจากต่อมไขมันบนหนังศีรษะ ซึ่งจะทำให้ผมนุ่มเงางาม

วีธีหวีผมเพื่อให้ผมมีสุขภาพดีคือ ก้มศีรษะไปข้างหน้าเล็กน้อย เลือดจะได้ไหลเวียน

ไปเลี้ยงหนังศีรษะได้อย่างทั่วถึง จากนั้นหวีเบา ๆ ประมาณ 30 -40 ครั้ง โดยให้ซี่หวี

สัมผัสกับหนังศีรษะด้วย ผมจะได้เงางาม

ขอบคุณข้อมูลดี ดี จาก MK RESTUARANTS นะคะ


................หวีมีหลากหลายรูปแบบค่ะ มาดูภาพกันค่ะ






วิธีหวีผม

1. ควรหวีผมเพียงแค่วันละ 2
ครั้งคือตอนเช้าและก่อนนอนครั้งละประมาณ

....3 นาทีเท่านั้น


2. เริ่มหวีเบาๆช่วงปลายผมก่อนเพื่อสางไม่ให้ผมพันกัน จากนั้นจึงค่อยหวีผม

....จากโคนผมลงมาสู่ปลายผมอีกที


3. ควรเลือกใช้แปรงหรือหวีที่มีซี่ห่างพอสมควร ถ้าเลือกใช้แปรงขนสัตว์

....ขนแปรงจะอ่อนนุ่ม่วยถนอมเส้นผมได้มากยิ่งขึ้น


4. หวีผมเฉพาะช่วงเส้นผมจริง ๆ อย่าใช้หวีหรือแปรงถูหนังศีรษะแรง ๆ

....เป็นอันขาด


5. การแปรงผมที่ถูกต้องให้แปรงย้อนศรไปมานั่นคือก้มศีรษะลงแล้วแปรงผม

....จากข้างหลังมาข้างหน้าเงยศีรษะขึ้นแล้วแปรงจากข้างหน้าไปข้างหลัง

....แปรงจากขวาไปซ้ายแล้วสลับมาซ้ายไปขวา


ถ้าไม่ใช้หวีจะใช้นิ้วสางกลับไปมาแทนก็ได้ แต่จำไว้ว่าให้ทำเพียงสองครั้งคือ

เช้าและก่อนนอนเท่านั้น
(ข้อนี้สำหรับหนุ่ม ๆ ลูกชายครูหลิวนะคะ)


.......................เป็นไงคะความรู้เรื่องการหวีผมเต็มอิ่มไหมคะ เอาล่ะมาอ่านเรื่อง

สนุก ๆ กันต่อเลยค่ะ

........................เด็ก ๆ คะ ครูหลิิวมีหวีประเภทหนึ่งที่จะมาแนะนำให้เด็ก ๆ ได้รู้จักกัน

เชื่อว่าเด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะไม่รู้จักและไม่เคยเห็นเลยก็ว่าได้ ก่อนจะรู้จักชื่อหวีชนิดนี้

ครูหลิวจะให้ให้ดูภาพก่อนนะคะ



หวีชนิดนี้มีคุณสมบัติพืเศษ นั่นก็คือมันสามารถกำจัด Parasite ประเภทหนึ่งออกจาก

หนังศีรษะที่เรารู้จักนั่นก็คือ เหา นั่นเองค่ะ ไปดูภาพเหากันนะคะ




เป็นไงคะ หน้าตาน่ารักน่าชังไหมคะ ใครอยากมีเหาอาศัยอยู่บนศีรษะของเรามั่ง

ยกมือขึ้น แหม....แหม....ครูหลิวทราบอยู่แล้วละค่ะว่าไม่มีใครอยากมีเจ้าตัวเหาอยู่

บนศีรษะของเราแน่นอนค่ะ เด็กผู้ชายคงไม่มีประสบการณ์ให้เหาอยู่บนศีรษะหรอกค่ะ

แต่เด็กผู้หญิงทุกคน (สมัยก่อนนานประมาณหนึ่ง ไม่อยากระบุว่านานเท่าไหร่ เดี๋ยว

เด็ก ๆ ไปคำนวณอายุครูหลิวกัน กลัวปวดหัวน่ะค่ะ) ต้องเคยเป็นเหา sure ค่ะ

ครูหลิวก็เป็นหนึ่งในนั้น ขอเล่าอาการก่อน เจ้าตัวเหาที่อยู่บนศีรษะเรามันจะเดินชม

วิวทิวทัศน์บนศีรษะของเราเหมือนขบวนพาเหรดเลยค่ะ แถมกัด + ดูดเลือดเรา

อย่างเมามัน มันจึงทำให้ราก็จะรู้สึกว่าคันสุด สุด.....เลยล่ะค่ะ ดังนั้นเราต้องสรรหาวิธี

มากำจัดมัน ซึ่งมีหลากหลายวิธีเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการสระผมการที่คุณแม่ของเราหา

เวลามาแหวกผมแล้วกำจัดเหาทีละตัว ที่ละตัว เวลารูดเหาออกจากเส้นผม

มันก็เจ็บไม่น้อย บางทีน้ำหูน้ำตาไหลกันทีเดียว และอีกวิธีหนึ่งที่เป็นวิธีฮิตของคนสมัยนั้น

นั่นก็คือ แอ่น........แอน..........แอ้น..........นั่นก็คือ การใช้ หวีเสนียด มา หวี หวี หวี

แล้วใช้กระดาษสีขาวรองไว้ข้างล่าง พอเห็นตัวเหาหล่นลงมา เด็ก ๆ ลองทายดูสิคะว่า

ความรู้สึกเป็นอย่างไร ขอเอาความรู้สึกของครูหลิวเป็นเกณฑ์ก็แล้วกันว่า ครูหลิวรู้สึกมี

ความสุขอย่างประหลาด รู้สึกปลาบปลื้มเป็นที่สุด ด้วยหลากหลายวิธีที่กล่าวมาทำให้

ครูหลิวมีความสุขไม่ต้องเกาศีรษะตลอดเวลา ไม่ต้องหวาดผวาว่าจะมีใครมาครอบครอง

พื้นที่บนศีรษะของเราค่ะ

E-mail ครูหลิว

ติดต่อครูหลิวได้ ที่ E-mail nuliew28@gmail.com นะคะ