....................เด็ก ๆ คะ เป็นไงกันบ้างคะ ส่วนใหญ่คงปิดเทอมกันแล้ว
ส่วนครูหลิวยังไม่ปิด แง...แง......ตอนนี้ยังต้องทำงานอยู่ แต่ลูก ๆ BCC
อยู่บ้านพักผ่อนกันแล้ว เอาเป็นว่าถึงจะปิดเทอมแล้วก็อย่าลืมอ่านหนังสือกัน
ด้วยนะคะ โดยเฉพาะใครที่สมัครสอบ สสวท ต้องเตรียมตัวอย่างต่อเนื่อง
เลยล่ะค่ะ เพราะเวลามีไม่มาก แล้วตอนนี้ก็เป็นโค้งสุดท้ายที่เราจะได้
อ่านหนังสือสอบกันแล้วนะคะ ครูหลิวแนะนำว่า เวลาช่วงสั้น ๆ นี้ ให้ไป
หาข้อสอบเก่ามาทบทวนกันนะคะ เพราะข้อสอบ สสวท ค่อนข้างยากค่ะ
แต่ครูหลิวว่าถ้าเราทบทวนครบทั้ง 8 สาระ (วิทยาศาสตร์) ไง...ไง....ก็ไม่มีทาง
พลาดแน่นอนค่ะ สู้ ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
04 ตุลาคม 2009
การสอบ สสวท
เขียนโดย
kooliew
ที่
10/04/2009
ลิงก์ไปยังบทความนี้
15 กรกฎาคม 2009
ความหมายวิตามิน ตอน 3
วิตามินดี เด็ก ๆ อาจจะสงสัย เอทำไมดูกต้องเด่ด้วย ที่ต้องเขียนว่าดูกเด่
เพื่อให้คล้องจองกับวิตามินเคเขาน่ะคะ สำหรับวิตามินดี เขาจะทำหน้าที่
ควบคู่กับวิตามินซีในเรื่องของการดูแลกระดูกของเราให้แข็งแรงทนทานกัน
สุด ๆ ค่ะ เมื่อรู้ประโยชน์กันแล้ว เรามาดูกันต่อค่ะว่าแหล่งวิตามินดี ได้มา
อย่างไร ร่างกายของเรานี้แสนจะอัจฉริยะ เพราะร่างกายเราสามารถสร้าง
วิตามินดีได้จากเม็ดสีหรือเราเรียกตามศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเมลานิน
ใต้ผิวหนังซึ่งจะทำหน้าที่รับแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้าหรือจะเป็นตอนเย็น
ที่แดดไม่แรงจนเกินไปค่ะ เพราะถ้าไปตอนแดดแรง ๆจะไม่ใช่ได้วิตามินดี
แต่จะกลายเป็นว่าได้มะเร็งผิวหนังมาเป็นของแถมแทนค่ะ
วิตามินเค เลือดออก นั่นก็คือถ้าเด็ก ๆ ขาดวิตามินเค เมื่อบาดเจ็บมีแผลเลือด
จะไหลไม่หยุด เลือดจะไหลออกมาเรื่อย ๆ เพราะเลือดจะไม่แข็งตัว ประมาณว่า
ปกติเวลาที่เวลาเรามีบาดแผลพนักงานในร่างกายจำพวกเกล็ดเลือดจะเดินขบวน
พาเหรดพากันมาอุดที่ปากแผลทำให้เลือดหยุดไหล แล้วบาดแผลก็จะค่อย ๆ
หายค่ะวิตามินเค ร่างกายสามารถสร้างได้เองจากแบคที่เรียในลำไส้ค่ะ (แบคทีเรีย
ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะคะ) อีกหนึ่งผลงานความมหัศจรรย์ของร่างกายเราค่ะ
วิตามินบี 2 ป้องกันโรคปากนกกระจอก ไม่กล้าเอาภาพมาให้ดูเห็นแล้วน่ากลัว
นิดหนึ่งค่ะ ขอเล่าลักษณะโรคแทนก็แล้วกันค่ะ โรคปากนกกระจอกจะพบบริเวณ
มุมปากค่ะ เป็นเหมือนปากนกค่ะเพราะมันเป็นเหมือนปากเราจะฉีกมากขึ้นเลยค่ะ
แบบว่าพออ้าปากทีมันจะเจ็บแปล๊บ ๆ ทีเดียวค่ะ แถมริมฝีปากแห้งด้วยนะคะ
เป็นไงคะเห็นภาพไหมคะ เล่าแบบเป็นเองก็ไม่ปาน ไม่เคยเป็นหรอกค่ะ อ่านแล้ว
มาเล่าต่อ แค่นี้ก็เสียวแล้ว ไม่อยากเป็น เอ้า....! ใครไม่อยากเป็นยกมือขึ้น ค่ะ....ค่ะ...
รู้แล้วเอาถ้าไม่อยากเป็นมาดูกันค่ะว่าเราต้องกินอะไรถึงจะปลอดจากโรคนี้กันวิตามินบี 12 ถ้าร่างกายเรามีวิตามินบี 12 เราก็จะห่างจากโรคเลือดจาง
นั่นเองค่ะ เพราะเจ้าวิตามินชนิดนี้จะช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
ให้สมบูรณ์ สร้างโปรตีน และบำรุงรักษาเนื้อเยื่อประสาทพบมากในตับ ไต
รองลงมาได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่แดง และอาหารหมักดอง เช่น กะปิ น้ำปลา
เต้าเจี้ยว ส่วนอาหารที่มาจากพืชผักทั้งหมดไม่มีวิตามิน บี 12เลย( แปลกแฮะ..!
ส่วนใหญ่พืชผักมักมักมีวิตามิน) แต่ยกเว้นพกอาหารหมักดองนะคะ เพราะฉะนั้น
คนที่รัปประทานอาหารแบบมังสวิรัติชนิดเคร่งครัด ก็ให้รับประทานอาหารหมักดอง
ด้วยก็จะดีนะคะจะได้ไม่ขาดวิตามิน บี12ไงคะ
เป็นไงคะวิตามินสำคัญต่อร่างกายเราจริง ๆ นะ รับประทานอาหารให้ครบ
5 หมู่นะคะ ได้ได้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงกันนะคะ
เขียนโดย
kooliew
ที่
7/15/2009
ลิงก์ไปยังบทความนี้
ป้ายกำกับ: วิตามินดี, วิตามินบี12, วิตามินบี2, วิตามินเค
14 กรกฎาคม 2009
ความหมายของวิตามิน
...............จากคราวที่แล้ว เด็ก ๆ รู้จักวิธีท่องสูตรของวิตามินกันแล้ว ถ้างั้นวันนี้
เราก็มาลงลึกถึงความหมายของวิตามินกันค่ะ
วิตามินเอ เกี่ยวกับโรคตาค่ะ เช่น เป็นโรคตาฟ่าฟางประมาณว่า มองไม่ค่อย
เห็นในที่มืดอะไรอย่างงี้ ถ้าไม่อยากต้องอยู่ในโลกมืดก็ต้องกินอาหารจำพวก
ไขมันเนย น้ำมันตับปลาไข่แดง กะหล่ำปลี พืชตระกูลถั่ว ผักสีแดง ผักสีเหลือง
วิตามินบี (1) เกี่ยวกับโรคเหน็บชา เจ้าโรคที่ว่านี้เป็นโรคที่ถ้าเราเป็นเราจะรู้สึก
ว่า เราเหมือนจะมีอายุใกล้ ๆ จะเรียกได้ว่าเป็น ส.ว. (สูงวัย) แล้วนะคะ เพราะโรคนี้
จะมีอาการชาที่ปลายมือ และปลายเท้า กล้ามเนื้อแขนและขาไม่มีกำลัง เวลาลุกนั่ง
ก็ชาไปหมดแบบว่าไม่มีแรงน่ะค่ะ พบมากในอาหารจำพวก เนื้อหมู ข้าวกล้อง
เห็ดฟาง ค่ะ
วิตามินอี ถ้าใครขาดวิตามินอีจะไม่สามารถเป็นสิ่งมีชีวิตได้สมบูรณ์แบบ เอ้า...!
ทำหน้า งง...กันเป็นแถว ก็จะอะไรซะอีกล่ะคะ ก็ถ้าใครขาดวิตามินอีจะทำให้คนนั้น
เป็นหมันที่ที่เรารู้กันดีก็คือ ไม่สามารถมีลูกหลานได้ไงละคะ(หนึ่งในลักษณะของ
สิ่งมีชีวิตในหนังสือวิทย์ ป.1 ค่ะ) อู้ย....รีบไปอ่านกันค่ะว่าเราต้องกินอะไรกันบ้าง
ข้าวซ้อมมือ,ไข่, น้ำมันพืช, ผักสีเขียว และในข้าวหรือแป้ง เป็นไงคะกินทุกวันเลย
ล่ะซิ วิตามินชนิดนี้เรามักไม่ขาดกันหรอกค่ะ แถมอีกนิดค่ะวิตามินอียังช่วยชะลอ
ความแก่อีกค่ะ (ครูหลิวต้องดูแลการกินวิตามินชนิดนี้เพิ่มขึ้นค่ะ )
วิตามินซี ป้องกันแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน สร้างกระดูก และฟันช่วยในการป้องกัน
โรคที่พวกเรากำลังให้ความสำคัญกันมากที่สุดในช่วงนี้ แหม! จะว่าไปเด็ก ๆ ก็คงเดา
ถูกว่าเป็นโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นั่นล่ะค่ะ เมื่อรู้สรรพคุณกันแล้วก็มาถึงวาระ
ที่จะเลือกรับประทานอาหารกันแล้วล่ะค่ะ วิตามินซีมีมากในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม
สับปะรด สตรอเบอรี่ หรือในผลไม้ไม่เปรี้ยวแต่มีวิตามินซีมากก็พวก ฝรั่ง นี่ล่ะคะ
หาง่ายจังวิตามินซี
.......................วันนี้อ่านเท่านี้ก่อนนะคะ คราวหน้าจะมาอธิบายวิตามินที่เหลือนะคะ
เพราะรู้สึกว่าจะเขียนยาวเกินไปแล้วเดี๋ยวเด็ก ๆ ไม่อยากอ่าน เอาเป็นว่าเดี๋ยวคราวหน้า
เจอกัน อย่าลืมติดตามตอนหน้านะคะ
รักเด็ก ๆ มากมาย


